เทคนิคการเงินบนเว็บไซต์อันดับ 1 ของเอเชีย

5 กลยุทธ์การเก็บเงินแบบอัตโนมัติ

Posted by:

|

On:

|

การเก็บเงินสำหรับบางคนมันก็ง่าย แต่บางคนมันก็ยาก เพราะยังไม่เจอเงินตก.. ไม่ใช่ๆครับ คนละเก็บเงินกัน แต่ที่บอกว่าง่ายและยากนั้นถูกแล้ว

เพราะบางคนก็มีของอยากได้เต็มไปหมดเลย บางคนก็ไม่ได้อยากได้อะไร แต่จ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก็แทบไม่เหลือเงินให้เก็บแล้ว ขึ้นอยู่กับรายได้ และ ภาระ รวมถึงไลฟ์สไตล์ การจัดการตัวเองของแต่ละคนด้วย

แต่ถ้าตั้งใจอยากจะเก็บเงินจริงๆ การเก็บเงินแบบอัตโนมัติไปเลยไม่ต้องมาเก็บทีหลัง หลังหักค่าใช้จ่ายจะช่วยให้เก็บเงินได้ดีมากขึ้นครับ

เก็บเงิน

5 ทริคเก็บเงินได้แบบอัตโนมัติ

1.ใช้ระบบการโอนเงินอัตโนมัติ (Automated Transfers)

  • รายละเอียด: ตั้งระบบโอนเงินจากบัญชีหลักไปยังบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีที่แยกสำหรับการออมเงินโดยอัตโนมัติในทุกๆ เดือน เช่น ทุกวันที่ 1 ของเดือน ให้โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ 10% หรือ 20% ของรายได้
  • ข้อดี:
    • ลดการลืมโอนเงินไปเก็บ
    • ลดการใช้จ่ายเกินจำเป็น เพราะเงินที่เก็บไว้จะไม่ได้รับการเข้าถึงโดยตรงจากบัญชีหลัก
  • วิธีทำ: ไปที่แอปพลิเคชันธนาคารหรือใช้บริการของธนาคารออนไลน์ที่สามารถตั้งค่าการโอนเงินอัตโนมัติได้ทุกเดือน

2.แอปพลิเคชันออมเงิน (Savings Apps)

  • รายละเอียด: มีแอปพลิเคชันหลายตัวที่ช่วยให้คุณเก็บเงินอัตโนมัติ เช่น แอปพลิเคชัน “Piggipo” หรือ “TrueMoney” ที่สามารถเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารและช่วยให้คุณออมเงินในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่น การออมเงินทุกครั้งที่ซื้อของ
  • วิธีการ: แอปจะออมเงินจากการใช้จ่ายของคุณ เช่น ทุกครั้งที่ซื้อของหรือจ่ายเงิน จะมีการปัดเศษไปยังบัญชีออมทรัพย์โดยอัตโนมัติ หรือจะตั้งยอดฝากประจำทุกวัน/สัปดาห์ก็ได้
  • ข้อดี:
    • การออมเงินในรูปแบบนี้สามารถทำได้ง่ายและสะดวก
    • สามารถตั้งค่าระยะเวลาและจำนวนเงินได้ตามความต้องการ

3.การตั้งงบประมาณอัตโนมัติ (Budgeting Automation)

  • รายละเอียด: ใช้เครื่องมือในการตั้งงบประมาณที่สามารถช่วยให้คุณควบคุมรายจ่ายและออมเงินได้โดยอัตโนมัติ เช่น การใช้ แอปพลิเคชัน Budgeting ที่สามารถติดตามการใช้จ่ายและแนะนำการออมเงินตามเปอร์เซ็นต์
  • ตัวอย่างแอป: แอปเช่น Mint หรือ YNAB (You Need A Budget) ช่วยให้คุณตั้งงบประมาณและทำการติดตามการใช้จ่ายอัตโนมัติ พร้อมทั้งแนะนำให้คุณออมเงินตามเปอร์เซ็นต์ที่คุณตั้งไว้
  • ข้อดี:
    • คุณจะสามารถควบคุมรายจ่ายได้ดีขึ้น
    • แอปจะช่วยเตือนเมื่อใกล้ถึงขีดจำกัดของงบประมาณ
เก็บเงิน

4.ลงทุนแบบอัตโนมัติ (Automated Investment)

  • รายละเอียด: การลงทุนในกองทุนรวม หรือหุ้นในรูปแบบอัตโนมัติ โดยที่คุณสามารถตั้งค่าระบบการลงทุนเพื่อให้แอปหรือแพลตฟอร์มลงทุนทำการหักเงินจากบัญชีของคุณไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ อัตโนมัติทุกเดือน
  • ตัวอย่าง: การลงทุนใน กองทุนรวม หรือ การลงทุนในหุ้นผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ (เช่น Fundsupermart หรือ Kobusha)
  • ข้อดี:
    • สร้างการออมที่มีการเติบโตในระยะยาว
    • สามารถตั้งเป้าหมายการลงทุนและให้แพลตฟอร์มทำงานให้โดยอัตโนมัติ

5.โปรแกรมสะสมคะแนนหรือเงินคืน (Cashback and Loyalty Programs)

  • รายละเอียด: การเข้าร่วมโปรแกรมสะสมคะแนนหรือรับเงินคืนจากการใช้จ่าย เช่น การใช้บัตรเครดิตที่ให้ Cashback หรือการใช้แอปที่ให้ คะแนนสะสม จากการซื้อสินค้า
  • วิธีการ: สามารถใช้คะแนนสะสมหรือเงินคืนที่ได้มาทุกครั้งจากการซื้อของหรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมาเก็บไว้ในบัญชีออมเงิน หรือใช้ในกรณีที่คุณต้องการออมในอนาคต
  • ข้อดี:

    • ช่วยสร้างเงินออมโดยไม่ต้องออกแรง
    • ลดการใช้จ่ายและได้ประโยชน์จากโปรแกรมสะสมที่คุณใช้

สรุป

การเก็บเงินแบบอัตโนมัติช่วยให้การออมเงินง่ายขึ้นและสามารถทำได้โดยไม่ต้องคิดมาก การตั้งค่าการโอนเงินอัตโนมัติ การใช้แอปพลิเคชันออมเงิน หรือการลงทุนอัตโนมัติทำให้คุณสามารถสะสมเงินได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการคิดมากหรือจัดการเอง ทุกๆ เดือนจะมีการหักเงินไปเก็บในรูปแบบที่คุณตั้งไว้ ช่วยให้คุณมีเงินออมในระยะยาวโดยที่ไม่รู้สึกหนักใจหรือเครียดจากการจัดการการเงินเองครับ

หากทำตามนี้เก็บเงินอยู่หมัดแน่นอนไม่ต้องไปลุ้นให้ถูกหวยไวๆก็รวยได้จากการออมและลงทุนครับ

Posted by

in