การเก็บเงินสำหรับบางคนมันก็ง่าย แต่บางคนมันก็ยาก เพราะยังไม่เจอเงินตก.. ไม่ใช่ๆครับ คนละเก็บเงินกัน แต่ที่บอกว่าง่ายและยากนั้นถูกแล้ว
เพราะบางคนก็มีของอยากได้เต็มไปหมดเลย บางคนก็ไม่ได้อยากได้อะไร แต่จ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก็แทบไม่เหลือเงินให้เก็บแล้ว ขึ้นอยู่กับรายได้ และ ภาระ รวมถึงไลฟ์สไตล์ การจัดการตัวเองของแต่ละคนด้วย
แต่ถ้าตั้งใจอยากจะเก็บเงินจริงๆ การเก็บเงินแบบอัตโนมัติไปเลยไม่ต้องมาเก็บทีหลัง หลังหักค่าใช้จ่ายจะช่วยให้เก็บเงินได้ดีมากขึ้นครับ
5 ทริคเก็บเงินได้แบบอัตโนมัติ
1.ใช้ระบบการโอนเงินอัตโนมัติ (Automated Transfers)
- รายละเอียด: ตั้งระบบโอนเงินจากบัญชีหลักไปยังบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีที่แยกสำหรับการออมเงินโดยอัตโนมัติในทุกๆ เดือน เช่น ทุกวันที่ 1 ของเดือน ให้โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ 10% หรือ 20% ของรายได้
- ข้อดี:
- ลดการลืมโอนเงินไปเก็บ
- ลดการใช้จ่ายเกินจำเป็น เพราะเงินที่เก็บไว้จะไม่ได้รับการเข้าถึงโดยตรงจากบัญชีหลัก
- วิธีทำ: ไปที่แอปพลิเคชันธนาคารหรือใช้บริการของธนาคารออนไลน์ที่สามารถตั้งค่าการโอนเงินอัตโนมัติได้ทุกเดือน
2.แอปพลิเคชันออมเงิน (Savings Apps)
- รายละเอียด: มีแอปพลิเคชันหลายตัวที่ช่วยให้คุณเก็บเงินอัตโนมัติ เช่น แอปพลิเคชัน “Piggipo” หรือ “TrueMoney” ที่สามารถเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารและช่วยให้คุณออมเงินในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่น การออมเงินทุกครั้งที่ซื้อของ
- วิธีการ: แอปจะออมเงินจากการใช้จ่ายของคุณ เช่น ทุกครั้งที่ซื้อของหรือจ่ายเงิน จะมีการปัดเศษไปยังบัญชีออมทรัพย์โดยอัตโนมัติ หรือจะตั้งยอดฝากประจำทุกวัน/สัปดาห์ก็ได้
- ข้อดี:
- การออมเงินในรูปแบบนี้สามารถทำได้ง่ายและสะดวก
- สามารถตั้งค่าระยะเวลาและจำนวนเงินได้ตามความต้องการ
3.การตั้งงบประมาณอัตโนมัติ (Budgeting Automation)
- รายละเอียด: ใช้เครื่องมือในการตั้งงบประมาณที่สามารถช่วยให้คุณควบคุมรายจ่ายและออมเงินได้โดยอัตโนมัติ เช่น การใช้ แอปพลิเคชัน Budgeting ที่สามารถติดตามการใช้จ่ายและแนะนำการออมเงินตามเปอร์เซ็นต์
- ตัวอย่างแอป: แอปเช่น Mint หรือ YNAB (You Need A Budget) ช่วยให้คุณตั้งงบประมาณและทำการติดตามการใช้จ่ายอัตโนมัติ พร้อมทั้งแนะนำให้คุณออมเงินตามเปอร์เซ็นต์ที่คุณตั้งไว้
- ข้อดี:
- คุณจะสามารถควบคุมรายจ่ายได้ดีขึ้น
- แอปจะช่วยเตือนเมื่อใกล้ถึงขีดจำกัดของงบประมาณ
4.ลงทุนแบบอัตโนมัติ (Automated Investment)
- รายละเอียด: การลงทุนในกองทุนรวม หรือหุ้นในรูปแบบอัตโนมัติ โดยที่คุณสามารถตั้งค่าระบบการลงทุนเพื่อให้แอปหรือแพลตฟอร์มลงทุนทำการหักเงินจากบัญชีของคุณไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ อัตโนมัติทุกเดือน
- ตัวอย่าง: การลงทุนใน กองทุนรวม หรือ การลงทุนในหุ้นผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ (เช่น Fundsupermart หรือ Kobusha)
- ข้อดี:
- สร้างการออมที่มีการเติบโตในระยะยาว
- สามารถตั้งเป้าหมายการลงทุนและให้แพลตฟอร์มทำงานให้โดยอัตโนมัติ
5.โปรแกรมสะสมคะแนนหรือเงินคืน (Cashback and Loyalty Programs)
- รายละเอียด: การเข้าร่วมโปรแกรมสะสมคะแนนหรือรับเงินคืนจากการใช้จ่าย เช่น การใช้บัตรเครดิตที่ให้ Cashback หรือการใช้แอปที่ให้ คะแนนสะสม จากการซื้อสินค้า
- วิธีการ: สามารถใช้คะแนนสะสมหรือเงินคืนที่ได้มาทุกครั้งจากการซื้อของหรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมาเก็บไว้ในบัญชีออมเงิน หรือใช้ในกรณีที่คุณต้องการออมในอนาคต
- ข้อดี:
- ช่วยสร้างเงินออมโดยไม่ต้องออกแรง
- ลดการใช้จ่ายและได้ประโยชน์จากโปรแกรมสะสมที่คุณใช้
สรุป
การเก็บเงินแบบอัตโนมัติช่วยให้การออมเงินง่ายขึ้นและสามารถทำได้โดยไม่ต้องคิดมาก การตั้งค่าการโอนเงินอัตโนมัติ การใช้แอปพลิเคชันออมเงิน หรือการลงทุนอัตโนมัติทำให้คุณสามารถสะสมเงินได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการคิดมากหรือจัดการเอง ทุกๆ เดือนจะมีการหักเงินไปเก็บในรูปแบบที่คุณตั้งไว้ ช่วยให้คุณมีเงินออมในระยะยาวโดยที่ไม่รู้สึกหนักใจหรือเครียดจากการจัดการการเงินเองครับ
หากทำตามนี้เก็บเงินอยู่หมัดแน่นอนไม่ต้องไปลุ้นให้ถูกหวยไวๆก็รวยได้จากการออมและลงทุนครับ